ป้ายโฆษณา
สมาชิกเข้าสู่ระบบ



ผู้ใช้งานขณะนี้
เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Home ประวัติโรตารี ประเทศไทย

เจมส์ ดับบลิว. เดวิดสัน ได้ขอพระราชทานวโรกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เพื่อกราบทูลถวายเรื่องราว และประวัติความเป็นมาของโรตารี ให้ทรงทราบโดยละเอียด อีกทั้งยังได้ขอให้พระองค์ประทานพระดำริ ในอันที่จะก่อตั้งสโมสรโรตารีแห่งแรกขึ้นในประเทศ

เสด็จในกรมฯ ทรงมีพระเมตตา โดยประทานความสนิทสนม เป็นการส่วนพระองค์ และเห็นใจในความเพียรพยายามของ เจมส์ ดับบลิว. เดวิดสัน ทรงมีพระราชดำริ เห็นชอบในอุดมการณ์ของโรตารี ดังนั้น สโมสรโรตารีแห่งแรกในประเทศไทย จึงได้รับการก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 17 กันยายน ..2473 (..1930) เรียกชื่อว่า "สโมสรโรตารีกรุงเทพ" มีสมาชิกก่อตั้งรวม 69 ท่าน ซึ่งมีสัญชาติต่างๆ อยู่ถึง 15 ชาติด้วยกัน การประชุมก่อตั้งได้จัดทำขึ้น พระราชวังพญาไท (ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร) โดยเสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงรับเป็นนายกก่อตั้งสโมสร

นับเป็นประวัติการณ์ของโลกโรตารีในยุคนั้น ที่องค์พระประมุขแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระกรุณาเสด็จ ไปประทับร่วมอยู่ในงานประชุมก่อตั้งในครั้งนั้นด้วย ยังความภาคภูมิใจให้แก่ชาวโรตารี ต้องน้อมรับใส่เกล้าถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น

 

 

ในปี ..2474 (..1931) ในภาคพื้นแหลมทองแถบนี้ มีสโมสรโรตารีอยู่ทั้งสิ้น 8 สโมสร ทั้งสิ้น 8 สโมสร รวมทั้งสโมสรโรตารีกรุงเทพด้วย โรตารีสากลจึงจัดให้สโมสรทั้งแปดแห่ง ได้เข้าอยู่ในภาคเดียวกัน คือ "ภาคโรตารี บี" ซึ่งในขณะนั้นมีสภาพเป็นเพียง "ภาคโรตารีชั่วคราว" (Provisional District "B") อยู่ชั่วเวลาหนึ่ง

 

ในปี ..2478 (..1935) โรตารีสากลได้ผนวกเอา สโมสรโรตารีทั้งหมดที่มีอยู่ในอินโดจีน ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศฝรั่งเศส อันประกอบด้วย เขมร ลาว และญวน เข้าอยู่ใน "ภาคโรตารี บี" ด้วย ต่อมาโรตารีสากลได้เปลี่ยนชื่อเรียกของภาคที่เป็นตัวพยัญชนะ "บี" มาใช้หมายเลขแทนเป็น "ภาคโรตารี 80" อย่างสมบูรณ์ โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (H.R.H. Prince Purachatra) องค์นายกก่อตั้งของสโมสรโรตารีกรุงเทพ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการภาคโรตารี 80 บุคคลแรก เสด็จในกรมฯ ทรงรับตำแหน่งหน้าที่ผู้ว่าการภาคติดต่อกัน 2 สมัย คือ ปี 1935-36 และปี 1936-37 แต่พระองค์ได้สิ้นพระชนม์เสียก่อน ในวันที่ 14 กันยายน ..2479 (..1936) หลังจากทรงรับตำแหน่งผู้ว่าการภาคสมัยที่สองได้เพียงสามเดือนเศษเท่านั้น

 

ปี ..2491 (..1948) โรตารีสากลได้จัดลำดับหมายเลขของภาคโรตารีใหม่ "ภาคโรตารี 80" จึงได้เปลี่ยนเป็น "ภาคโรตารี 46"

 

ปี ..2498 (..1955) อีกครั้งหนึ่งที่ โรตารีและโรแทเรียนในประเทศไทย ต้องน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นตลอดไป อันเนื่องในโอกาสที่มีการฉลองวันครบรอบ 25 ปี ของการก่อ ตั้งสโมสรโรตารีกรุงเทพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเกียรติแก่โรตารี โดยรับเป็นองค์อุปถัมภ์ของโรตารีในประเทศไทย (ซึ่งหมายถึงสโมสรโรตารีทุกแห่งในประเทศไทยด้วย)

 

ปี ..2500 (..1957) โรตารีสากลได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้อย่างแม่นยำ จากจำนวนสโมสรที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วโลก 9,507 สโมสร สมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 449,758 คน และภาคโรตารีมีเพียงไม่กี่สิบภาคในปีนี้ ถึงกระนั้นโรตารีสากลก็ยังได้เตรียมการไว้เพื่อวันข้างหน้า ดังนั้น การจัดหมายเลขประจำภาค จึงต้องเปลี่ยนเป็นเลขหลักสามตัว ไว้รองรับการขยายตัวในอนาคต "ภาคโรตารี 46" จึงถูกเปลี่ยนใหม่เป็น "ภาคโรตารี 330" ประกอบด้วยสโมสรโรตารีที่มีอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ บรูไน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ..2500 (..1957) เป็นต้นไป

 

ปี ..2501 (..1958) ได้มีการก่อตั้งสโมสรโรตารีธนบุรี โดยมีพระยามไหสวรรย์เป็นนายกก่อตั้ง ซึ่งเป็นสโมสรแห่งที่สองในประเทศไทย และใช้ภาษาไทยดำเนินการประชุม

 

ปี ..2523 (..1980) วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ..2523 เป็นวันครบรอบ 50 ปีของโรตารีแห่งประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ได้เสด็จให้ชาวโรแทเรียนเข้าเฝ้าที่ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ..2523 เพื่อเป็นการรำลึกถึง วันสำคัญแห่งประวัติศาสตร์สโมสรโรตารี และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้ร่วมกันให้ความอุปถัมภ์ การประกวดการออกแบบดวงตราไปรษณียากร สำหรับโอกาสพิเศษครั้งยิ่งใหญ่นี้ และได้รับความร่วมมือจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์แสตมป์ออกจำหน่ายให้แ่ก่ประชาชนทั่วไป

 

โรตารีสากลภาค 330 ในปีนี้ มีสโมสรในประเทศต่างๆ เหลืออยู่เพียง 4 ประเทศเท่านั้น (สโมสรในประเทศกัมพูชา ลาวและเวียดนาม ได้สิ้นสภาพไป โดยความผันผวนทางการเมือง) และจำนวนสโมสรภายในภาคเพิ่มขึ้นใกล้จะถึง 90 สโมสร (โดยเฉพาะในประเทศไทยมีถึง 48 สโมสร) ที่ประชุมภาค 330 ครั้งที่ 45 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่าง 22-24 กุมภาพันธ์ ..2523 (..1980) จึงมีมติให้แยก "ภาค 330" ออกเป็นสองภาค โดยสโมสรโรตารีในประเทศไทย มีภาคของตนเองต่างหาก คือ "ภาค 335 โรตารีสากล" ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ..2525 (..1982) เป็นต้นไป โดย อน.โรจน์วิทย์ เปเรร่า แห่งสโมสรโรตารีกรุงเทพใต้ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการภาคคนแรกของ "ภาค 335 โรตารีสากล" จำนวนสโมสรโรตารีในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นเป็น 69 สโมสร ในการร่วมฉลองครบรอบ 200 ปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 

สโมสรโรตารีในประเทศไทยได้รวบรวมเงินบริจาคเบื้องต้นได้ 1,068,700 บาท เพื่อจัดทำโครงการตั้งฉางและธนาคารข้าว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และจัดตั้งกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ที่ยากไร้ในจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ

 

ปี ..2528 (..1985) จำนวนสโมสรโรตารีในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวมเร็ว เกินความสามารถของผู้ว่าการภาคจะสอดส่องดูแลได้อย่างทั่วถึง โรตารีสากลได้อนุมัติให้ โรตารีในประเทศไทยแยกภาคออกเป็นสองภาค คือ "ภาค 335" และ "ภาค 336" เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ..2528 (..1985) โดยมีผลบังคับใน วันที่ 1 กรกฎาคม ของปีนั้นเป็นต้นไป

 

ปี ..2535 (..1992) ด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน ในการเปลี่ยนหมายเลขประจำภาคในปี ..2500 และการแยกภาคในปี ..2529 โรตารีสากลได้อนุมัติให้ "ภาค 335" และ "ภาค 336" แบ่งสโมสรและแยกภาคเป็น สี่ภาคด้วยกัน คือ "ภาค 3330, 3340, 3350 และ 3360" โดยมีผลบังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ..2535 เป็นต้นมา